ข่าวไทยพีบีเอส – home

ข่าวไทยพีบีเอส – home






ข่าวไทยพีบีเอส – home https://news.thaipbs.or.th
ข่าวที่คุณวางใจ โดยสำนักข่าวไทยพีบีเอส ติดตามข่าวและสถานการณ์ทั้งในและต่างประเทศได้ที่นี่่
20

จับตา COVID-19 ระบาดซ้ำ “สถานบันเทิง” ทองหล่อติดแล้ว 13 คน https://news.thaipbs.or.th/content/303026
https://news.thaipbs.or.th/content/303026
<p class=”fontBold”>กรมควบคุมโรคเฝ้าระวังคลัสเตอร์โควิดเชื่อมโยง “สถานบันเทิง” ย่านทองหล่อพบผู้ติดเชื้อแล้ว 13 คน ส่วนสถานบันเทิงย่านปทุมธานี พบนักศึกษาติดเชื้อหลายคน</p>
<p>วันนี้ (2 เม.ย.2564) นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กล่าวถึงการแพร่ระบาด COVID-19 ที่เชื่อมโยงสถานบันเทิง จ.ปทุมธานี และกรุงเทพฯ โดยที่ จ.ปทุมธานี นักศึกษาได้ไปใช้บริการที่ร้านก้ำกึ่ง และพบการติดเชื้อในนักศึกษาอีกหลายคน ต่อมาได้แพร่เชื้อต่อไปที่ร้านบูท อัพ และพบการติดเชื้อเชื่อมโยงไปสถานบันเทิง ร้านบ้านพหล ย่านจตุจักร กรุงเทพฯ</p>
<h3>เฝ้าระวังเคสสถานบันเทิงย่านทองหล่อ</h3>
<p>นอกจากนี้ มีคลัสเตอร์สถานบันเทิงย่านทองหล่อ ล่าสุดได้ปิดให้บริการเพื่อทำความสะอาดและฆ่าเชื้อโรค โดยผู้ป่วยรายแรกเป็นชายไทย อายุ 24 ปี อาชีพธุรกิจส่วนตัว ได้ไปสถานบันเทิงพร้อมกับเพื่อนในวันที่ 25 มี.ค.2564 ต่อมาตรวจพบติดเชื้อในวันที่ 29 มี.ค.</p>
<p>ส่วนอีก 1 คน ตรวจพบเชื้อในวันที่ 31 มี.ค. ซึ่งการคัดกรองค้นหาพบผู้ติดเชื้อเพิ่ม 2 คน เป็นหญิงอายุ 26 ปี และหญิงอายุ 29 ปี ในจำนวนนี้ได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงย่านพระราม 9 ด้วย ซึ่งจะต้องสอบสวนโรคเพิ่มเติม</p>
<img src=”https://news.thaipbs.or.th/media/TSNBg3wSBdng7ijMh1JY8G2tcrG6DbVdiYjqjVah5rv.jpg” class=”img-responsive” alt>

<p>นพ.จักรรัฐ ยังระบุถึงอีกหนึ่งเคสที่เป็นความเชื่อมโยง “สถานบันเทิงย่านทองหล่อ” เช่นเดียวกัน โดยผู้ป่วยชาย อายุ 37 ปี ได้ไปเที่ยวสถานบันเทิงเมื่อวันที่ 22 มี.ค. ต่อมาเข้ารักษาที่โรงพยาบาลเมื่อวันที่ 27 มี.ค. โดยมีคนที่พูดคุยด้วยและสัมผัสใกล้ชิดติดเชื้อรวม 9 คน เป็นคนในครอบครัวและที่ทำงาน</p>
<p>สถานบันเทิงหลายแห่งมีความเสี่ยงสูงในการแพร่ระบาดของโรค โดยเฉพาะการใกล้ชิด ไม่ได้สวมหน้ากากอนามัย ดื่มแก้วเดียวกัน และขอให้สถานบันเทิงเข้มงวดมาตรการ DMHTT ป้องกัน COVID-19 โดยเฉพาะในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้</p>
<img src=”https://news.thaipbs.or.th/media/TSNBg3wSBdng7ijMh1JY8G2tcrG6DbTuVLEyvotiPnA.jpg” class=”img-responsive” alt>

<p>ข่าวที่เกี่ยวข้อง</p>
<p><a href=”https://news.thaipbs.or.th/content/303006″>ห่วงสงกรานต์! พบหนุ่ม นศ. 19 ปี – หญิงเลยติดโควิดโยงสถานบันเทิง</a></p>
<p><strong><a href=”https://blockads.fivefilters.org”></a></strong> <a href=”https://blockads.fivefilters.org/acceptable.html”>(Why?)</a></p> Fri, 02 Apr 2021 16:11:00 +0000 webmaster@thaipbs.or.th
th
text/html
https://news.thaipbs.or.th/content/303026
สังคม



พิรุธทุจริตเงินเยียวยาลำไย จ.เชียงราย https://news.thaipbs.or.th/content/303025
https://news.thaipbs.or.th/content/303025
<p class=”fontBold”>เมื่อปีที่ผ่านมา “ลำไย” ได้รับการเยียวยาจากสถานการณ์โควิด19 ตามมติ ครม.อนุมัติโครงการช่วยเหลือเกษตรชาวสวนลำไยงบประมาณกว่า 3,400 ล้านบาท แต่การสุ่มตรวจเงินเยียวยาเฉพาะที่ จ.เชียงราย พบว่าได้รับเงินเยียวยาเกินความจริง และเสี่ยงต่อการทุจริต</p>
<p>เมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2564 สำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดเชียงราย ลงพื้นที่สุ่มตรวจสวนลำไย ต.วาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย หลังได้รับร้องเรียนจากชมรม STRONG จิตพอเพียงต้านทุจริต จ.เชียงราย ว่าอาจเสี่ยงต่อการทุจริตเงินเยียวยา ไม่ตรงตามความจริง โดย 2 จุดแรก คือหมู่ที่ 8 ต.วาวี อ.แม่สรวย การเดินทางพื้นที่ต้องใช้รถจักรยานยนต์ และเดินเท้าเข้าพื้นที่เท่านั้น เพราะเป็นพื้นที่ภูเขาสูง</p>
<p>แปลงแรกเป็นของนายทวีศักดิ์ พิไลมณีกุล เป็นแปลงไม่มีเอกสารสิทธิ์ เนื้อที่ 30 ไร่ ได้รับเงินเยียวยาจำนวน 20 ไร่ เป็นเงิน 4 หมื่นบาท เมื่อคำนวนตามหลักเกณฑ์ 20 ต้นต่อไร่ ต้องมีลำไยไม่น้อยกว่า 400 ต้น แต่จากการตรวจสอบของ ป.ป.ช.เชียงราย ตรวจนับต้นลำไยพบว่ามีต้นลำไยไม่เกิน 300 ต้น เกษตรกรจึงได้รับเงินเยียวยาเกินความเป็นจริงประมาณ 100 ต้น มูลค่าความเสียหายประมาณ 10,000 บาท</p>
<img src=”https://news.thaipbs.or.th/media/BRpLwT0TYaGXOF4tVxxczGMSSqP5EENEa7RVQ31HTEciv.jpg” class=”img-responsive” alt>
<p><strong>ภาพ : แปลงลำไย อ.แม่สรวย จ.เชียงราย</strong></p>
<p>แปลงที่ 2 เป็นของนายอาโด๊ะ เปี่ยมปิติวงษา เป็นแปลงไม่มีเอกสารสิทธิ์ เนื้อที่ 10 ไร่ ได้รับเงินเยียวยาจำนวน 8 ไร่ เป็นเงิน 16,000 บาท เมื่อคำนวนตามหลักเกณฑ์ลำไย 20 ต้นต่อ 1 ไร่ ต้องมีต้นลำไยไม่น้อยกว่า 160 ต้น แต่จากการตรวจสอบประมาณการแปลงดังกล่าวมีต้นลำไยไม่ถึง 160 ต้น</p>
<p>แปลงลำไยของนางสาวแสงคำ เรือนคำ เกษตรกรหมู่ที่ 5 ต.เวียง อ.เทิง เป็นอีกหนึ่งแปลงถูกตรวจสอบ เป็นแปลง น.ส.3ก เนื้อที่ 11 ไร่ 3 งาน 57 ตารางวา ได้รับเงินเยียวยาจำนวน 11 ไร่ เป็นเงินประมาณ 23,000 บาท เมื่อคำนวนตามหลักเกณฑ์ลำไย 20 ต้นต่อ 1 ไร่ ต้องมีต้นลำไยไม่น้อยกว่า 238 ต้น แต่จากการตรวจสอบประมาณการ แปลงดังกล่าวมีต้นลำไยไม่ถึง 150 ต้น เกษตรกรจึงได้รับเงินเยียวยาเกินความเป็นจริงประมาณ 88 ต้น มูลค่าความเสียหายประมาณ 8.800 บาท</p>
<blockquote>นางสาวแสงคำ ระบุว่าทำสวนลำไย มากว่า 20 ปี และขึ้นทะเบียนเกษตรผู้ปลูกลำไยทุกปี บางส่วนเสียหายจากพายุพัด พร้อมกับระบุว่าไม่ทราบหลักเกณฑ์การพิจารณาช่วยเหลือ ที่ผ่านมาลำไย ถูกลูกเห็บ ลมพายุพัดเสียหาย ไปขึ้นทะเบียนไม่ได้รับการชดเชย เพิ่งมาได้ปีที่ผ่านมา ตัวเองแจ้งไป 11 ไร่ ตามเนื้อที่ ปกติก็แจ้งแบบนี้ทุกปี</blockquote>
<p>นางสาวแสงคำ ยังระบุส่วนตัวไม่ทราบว่าการเยียวยา 1 ไร่ต้องมีลำไย 20 ต้น มีอายุ 5 ปีขึ้นไปไม่ทราบ หน่วยงานไม่บอกกี่ปีถึงขึ้นได้ ไม่แจ้ง ระบุเพียงใครมีสวนลำไยก็ให้ไปขึ้น ตัวเองรู้ว่าต้นลำไยเราต้นใหญ่ก็เลยนำไปขึ้น</p>
<p><br><strong>สำหรับโครงการเยียวยาเกษตรกรสวนลำไย ผู้จะเข้าร่วมโครงการ แบ่งเป็น 2 ส่วน คือ</strong></p>
<p>1. เกษตรกรผู้ปลูกลำไยที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตร <br>2. เกษตรกรรายใหม่ ที่ยังไม่ขึ้นทะเบียน โดยทั้งรายใหม่ และรายเก่าต้องขึ้นทะเบียนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 กันยายน 2563 กับเกษตรอำเภอ ซึ่งสามารถลงทะเบียนได้ทั้งที่ดินมีเอกสารสิทธิ์ และไม่มีเอกสารสิทธิ์</p>
<p><strong>เงื่อนไขสำคัญเกษตรกรที่จะเข้าร่วมโครงการฯ</strong> <br>1. ต้นลำไยต้องให้ผลผลิตแล้ว มีอายุตั้งแต่ 5 ปีขึ้นไป<br>2. การคำนวนต้นลำไยต่อไร่ ในการขอรับการเยียวยา ลำไย 20 ต้น เท่ากับ 1 ไร่</p>
<p><br>จังหวัดเชียงราย ได้ออกประกาศ เรื่องการยื่นแบบแสดงความจำนงขอรับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไย ปี 2563 ลงวันที่ 8 กันยายน 2563 เพื่อให้เกษตรกรทั้งรายเก่าและรายใหม่ลงทะเบียนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 15 กันยายน 2563</p>
<p><strong>นายมานพ ชัยบัวคำ ประธานชมรม STRONG</strong> จิตพอเพียงต้านทุจริต จ.เชียงราย เปิดเผยกับทีมข่าวไทยพีบีเอส ได้ลงพื้นที่กับ สำนักงาน ป.ป.ช.เชียงราย ประชุมคณะกรรมการระดับอำเภอและระดับตำบล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ข้อมูลว่าเจ้าหน้าที่มีน้อย ห่วงเวลากระชั้นชิด ไม่สามารถตรวจสอบได้ ใช้แอปฯโทรศัพท์มือถือเช็คข้อมูล การใช้โทรศัพมือถือเห็นเป็นพุ่มไม้ เป็นต้นลำไย พอลงไปจริงมีลำไย มีเงาะ ลำต้น และใบจะคล้ายกัน</p>
<img src=”https://news.thaipbs.or.th/media/TSNBg3wSBdng7ijMh1JY8G015rjmReNJv0nwJ4ohxpR.jpg” class=”img-responsive” alt>

<p>สอดคล้องกับเกษตรกรสวนลำไยในอำเภอเทิงรายหนึ่ง ที่ให้ข้อมูลการขึ้นทะเบียนตรวจสอบสิทธิ์ ระบุว่าการยื่นช่วยเหลือเงินเยียวยาเพียงนำสมุดเกษตรกรลงทะเบียนที่ อบต. แล้ว ชาวสวนมาจับ GPS มีที่ดินจริงและให้ผู้ใหญ่บ้านเซ็นรับรองว่าเป็นที่ของเราจริง ไม่มีคนมาตรวจนับ และถามเพียงมีกี่ไร่จะประเมินกันเอง”</p>
<p><strong>ข้อมูลพื้นที่ปลูกลำไย ปี 2562 จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ปลูกลำไย 86,205 ไร่ จำนวน 12,010 ครัวเรือน</strong></p>
<p>แต่ระยะเวลาเพียง 1 สัปดาห์ที่ให้เกษตรลงทะเบียนผู้ปลูกลำไยเพื่อเข้าร่วมโครงการเยียวยาฯ ข้อมูลเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2563 จังหวัดเชียงรายมีพื้นที่ปลูกลำไยจำนวน 219,137 ไร่ เพิ่มขึ้นมา 132,887 ไร่ และเกษตรกรผู้ปลูก 34,961 ครอบครัว เพิ่มขึ้น 22,951 ครัวเรือน</p>
<p>ประธานชมรม STRONG เชียงราย ตั้งข้อสังเกตถึงความเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การทุจริตโครงการเยียวยาเกษตรกรสวนลำไย โดยระว่าถึง ข้อสังเกตการให้ผู้ปลูกพืชยืนต้นขึ้นทะเบียนทุกปี เมื่อลำไยไม่ได้รับเงินชดเชยก็ไม่อยากลงกัน แต่พอมาปีนี้รัฐบาลบอกมีเงินชดเชยไร่ละ 2,000 บาท ก็เฮโลกันไปลงกันเกิน 60 เปอร์เซ็นต์ในการลงพื้นที่ ที่สำคัญเป็นพื้นที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์เกิน 50 เปอร์เซ็นต์ สุ่มเสี่ยงต่อการทุจริตเกิดขึ้น</p>
<blockquote>ถ้ามองแบบชาวบ้านเจ้าหน้าที่มีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ ก็มีส่วนเกี่ยวข้องในการตรวจ ในการรับรอง แต่ถามว่าเจ้าหน้าที่มีส่วนการทุจริตครั้งนี้หรือไม่ ก็คงเชื่อว่าไม่มี แต่เกิดจากการละเลย หละหลวมการตรวจสอบที่เข้มงวดก็อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง</blockquote>
<p><br><strong>นายณภัทร เตโช ผอ.สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดเชียงราย</strong> เปิดเผยว่า ลงพื้นที่สุ่มตรวจพื้นที่อำเภอที่ได้รับการช่วยเหลือมากสุด 4 อำเภอ คือ อำเภอแม่สรวย เทิง พญาเม็งราย ป่าแดด พบความผิดปกติ ใน 2 ประเด็น คือประเด็นแรก ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขการเยียวยา</p>
<blockquote><br>ผลการสุ่มตรวจพบความผิดปกติ คือไม่เป็นตามที่กำหนดที่จะมีการเยียวยา เช่น 1 ไร่ ต้นลำไยต้องมี 20 ต้น ขนาดลำไยจะต้องปลูกไม่ต่ำกว่า 5 ปี และต้องให้ผลผลิตด้วย บางแห่งไปดู ปลูกมากี่ปีไม่ทราบ แต่ต้นมีขนาดเล็กนิดเดียวซึ่งไม่น่าจะให้ผลผลิต</blockquote>
<p>ยังพบบางพื้นที่ขอสนับสนุนเป็นจำนวนมาก แต่ไปตรวจแล้วไม่ถึง เช่น ขอมา 9 ไร่ ต้นลำไยต้องมี 180 ต้น พอนับในสวนเหลือประมาณ 140 ต้น เมื่อคำนวนตามหลักเกณฑ์ช่วยเหลือเกินไป 2 ไร่&nbsp;นอกจากนั้นยังพบความผิดปกติ เช่น เกษตรขอรับความช่วยเหลือ 4 ไร่ แต่ปรากฎเอกสารช่วยเหลือได้รับ 5 ไร่ คือได้รับเกินมาจากขอมาเกิน 1 ไร่</p>
<img src=”https://news.thaipbs.or.th/media/BRpLwT0TYaGXOF4tVxxczGMSSqP5EENEYZuPRv8jRXs5E.jpg” class=”img-responsive” alt>

<p>สำนักงาน ป.ป.ช.เชียงราย ได้แจ้งให้คณะกรรมการบริหารโครงการเยียวยาเกษตรกร จังหวัดเชียงรายให้ตรวจสอบข้อมูลให้ถูกต้อง โดยดำเนินการตรวจสอบรายแปลงอีกครั้ง หากพบเกษตรได้รับเงินเยียวยาเกินจริงให้ดำเนินการเรียกเงินคืนในส่วนที่เกิด หรือหากตรวจพบการทุจริตของเจ้าพนักงานรัฐ หรือเกษตรกรเจตนาแจ้งข้อมูลเท็จให้ดำเนินการตามระเบียบและกฎหมาย</p>
<p>สำหรับโครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไย ปี 2563 เป็นการช่วยเหลือเกษตรกรอัตราไร่ละ 2,000 บาท ครัวเรือนละไม่เกิน 25 ไร่ และลำไยให้ผลผลิตแล้วตั้งแต่ 5 ปี โดยอนุมัติงบประมาณรวม 3,400 ล้านบาท โดยจังหวัดเชียงใหม่ได้รับงบเยียวยามากสุด 812 ล้านบาท รองลงมาคือ จังหวัดลำพูน 642 ล้าน และจังหวัดเชียงราย 438 ล้านบาท</p> <p><strong><a href=”https://blockads.fivefilters.org”></a></strong> <a href=”https://blockads.fivefilters.org/acceptable.html”>(Why?)</a></p> Fri, 02 Apr 2021 15:43:00 +0000 webmaster@thaipbs.or.th
th
text/html
https://news.thaipbs.or.th/content/303025
ภูมิภาค



พบศพลูก “เจ๊เกียว” พี่ชายอดีตนายกฯ โคราช คาดขี่ จยย.ตกคลอง https://news.thaipbs.or.th/content/303024
https://news.thaipbs.or.th/content/303024
<div><img src=”http://news.thaipbs.or.th/media/G0DL5oPyrtt5HBAivZGiA44pmoiP4VgJbZuqjgcXJ4BPikYulmREIF.jpg” class=”ff-og-image-inserted”></div><p class=”fontBold”>พบศพลูกชาย “เจ๊เกียว” โคราช พี่ชายอดีตนายกเล็กโคราช ลอยอยู่ในคลองส่งน้ำเขื่อนคนชุม คาดขี่ จยย.ตกถนนพุ่งลงน้ำหัวกระแทกเสียชีวิต</p>
<p>วันนี้ (2 เม.ย.2564) เวลา 10.30 น. หน่วยกู้ภัยสว่างเมตตานครราชสีมา รับแจ้งว่า&nbsp;พบศพคนลอยอยู่ในคลองส่งน้ำเขื่อนคนชุม ใกล้กับหมู่บ้านเวนิส พาร์ค ถนนเลียบคลองชลประทาน ประตูระบายน้ำเขื่อนคนชุม ต.ปรุใหญ่ อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา</p>
<p>จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ ซึ่งเป็นคลองสาขา ส่วนแยกส่งน้ำท้ายเขื่อนคนชุม พบศพชายลอยน้ำเสียชีวิต ติดกับฝายกั้นคลองระบายน้ำ จึงช่วยกันนำขึ้นมาบนฝั่ง ที่บริเวณศีรษะมีบาดแผลฉกรรจ์กับคราบเลือด ร่างกายซีด แข็งเกร็ง สวมเสื้อยืดสีน้ำตาล กางเกงขาสั้นสีน้ำตาลลายทาง คาดว่า เสียชีวิตมาต่ำกว่า 7 ชั่วโมง</p>
<p>ตรวจสอบทรัพย์สิน พบพวงกุญแจและบัตรเอทีเอ็ม ระบุชื่อ นายรัฐนันท์ เชิดชัย อายุ 59 ปี อยู่บ้านเลขที่ 89/3 ถ.บัวรอง ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา พี่ชายของนายสุรวุฒิ เชิดชัย อดีตนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา และเป็นลูกชายของ เจ๊เกียว หรือ นางสุจินดา เชิดชัย นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารขนส่ง เจ้าของสัมปทานรถทัวร์ และเจ้าของอู่เชิดชัย</p>
<p>จากการตรวจสอบบริเวณโดยรอบ พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า สีแดงเทา ทะเบียน 2 กฉ-5 นครราชสีมา ล้มตะแคงอยู่ในพงหญ้า ไม่พบร่องรอยการเบรกหรือเฉี่ยวชนแต่อย่างใด</p>
<p>เบื้องต้นเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้เสียชีวิตอาจจะหลับในหรือหลบอะไรสักอย่าง ทำให้ควบคุมรถไม่อยู่จนรถตกถนน แล้วตัวกระเด็นตกลงไปในคลองส่งน้ำ หัวกระแทกจนหมดสติอยู่ในน้ำ แล้วร่างลอยห่างจากจุดที่รถจักรยานยนต์ล้มออกไปประมาณ 200 เมตร ไม่มีใครพบเห็น จึงทำให้เสียชีวิตในเวลาต่อมา</p>
<p>พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครราชสีมา จะได้ตรวจสอบที่เกิดเหตุ ตรวจกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้เคียงอย่างละเอียดอีกครั้ง และสอบปากคำพยานเพิ่มเติม</p>
<p>ส่วนร่างผู้เสียชีวิตได้ส่งชันสูตรหาสาเหตุการเสียชีวิต ที่ รพ.มหาราชนครราชสีมาแล้ว หลังจากนั้น ญาติจะรับศพไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนา โดยจะจัดพิธีรดน้ำศพในวันที่ 3 เม.ย. และตั้งบำเพ็ญกุศล ที่วัดสุทธจินดาวรวิหาร ต.ในเมือง อ.เมืองนครราชสีมา จ.นครราชสีมา</p> <p><strong><a href=”https://blockads.fivefilters.org”></a></strong> <a href=”https://blockads.fivefilters.org/acceptable.html”>(Why?)</a></p>
Fri, 02 Apr 2021 15:29:00 +0000 webmaster@thaipbs.or.th
th
text/html
https://news.thaipbs.or.th/content/303024
ภูมิภาค



scroll to top